สถิติชี้ลอฟเรนกองหลังเก่งสุดพรีเมียร์ฯ WinningFT เวสต์บรอมฯถล่มสิงห์10ตัว3-0

WinningFT

ซีไอเอเอส ฟุตบอล อ็อปเซิร์ฟวาโทรี่ หน่วยงานด้านสถิติเกมฟุตบอล WinningFT ระบุ เดยัน ลอฟเรน กองหลัง ลิเวอร์พูล ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดที่ใน พรีเมียร์ลีก ตามการทำสถิติของพวกเขา โดยนับจาก 6 ปัจจัย ได้แก่การยิง, การสร้างโอกาส, การเข้าปะทะ, การผ่านบอล, การฟื้นตัว และความเฉียบขาด เดยัน ลอฟเรน ปราการหลัง ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นกองหลังที่มีสถิติด้านฟอร์มการเล่นโดยรวมดีที่สุดของลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามการเปิดเผยของ ซีไอเอเอส ฟุตบอล อ็อปเซิร์ฟวาโทรี่ หน่วยงานรวบรวมข้อมูลด้านเกมลูกหนัง ลอฟเรน ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ “นักบุญ” แต่เขากลับโชว์ฟอร์มเก่งกับ “หงส์แดง” ไม่ออก จนทำให้โดนแฟนบอลของทีมวิจารณ์หลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม สถิติจาก ซีไอเอเอส ฟุตบอล WinningFT อ็อปเซิร์ฟวาโทรี่ ระบุว่า ลอฟเรน ถือเป็นปราการหลังใน พรีเมียร์ลีก ที่เก่งที่สุดเมื่อเอาผลงานในการยิง, การสร้างโอกาส, การเข้าปะทะ, การผ่านบอล, การฟื้นตัว และความเฉียบขาดมานับรวมกัน โดยหากเทียบในลีกทั่วทวีปยุโรปนั้น เขาอยู่ที่ 12 ซึ่งอันดับ 1 ได้แก่ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังกัปตันทีม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ทั้งนี้ สถิตินี้จะนับเฉพาะนักเตะที่ลงเล่นในเกมลีกเป็นจำนวน 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปเท่านั้น

วินนิ่งเอฟที

“เดอะแบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช โชว์ฟอร์มเกินความคาดหมาย วินนิ่งเอฟที เมื่อจัดการไล่ถล่ม “สิงห์บลูส์” เชลซี เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ที่เหลือ 10 คนไปแบบขาดลอย 3-0 พร้อมกับหยุดสถิติไม่แพ้ใครในลีกไว้ที่ 16 นัด ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาแค่ 5 นาที เจ้าถิ่นเกือบขึ้นนำ เคร็ก ดอว์สัน แตะต่อให้ คัลลั่ม แม็คมานามาน ลากแหวกไปซัดด้วยขวาถากเสาไปนิดเดียว จังหวะต่อมา เชส ฟาเบรกาส ของเชลซีได้ซัดเข้าซอง โบอาซ มายฮิลล์ นายทวารของเวสต์บรอมวิช ผ่านมา 9 นาที “เดอะ แบ็กกี้ส์” มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่โจลีออน เลสค็อตต์ จ่ายเข้ากลางให้ ไซโด เบราฮิโน่ พลิกตัวปั่นด้วยขวาจากระยะ 20 หลา บอลโค้งเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดสวยช่วยให้ เวสต์บรอมวิช นำเร็ว 1-0 หลังจากนั้น 5 นาที เชลซี พยายามเปิดเกมบุก เชส ฟาเบรกาส ไหลให้ เนมานย่า มาติช ลองส่องไกลจากนอกกรอบบอลเฉี่ยวเสาออกไป เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 “สิงห์บลูส์” ยังบุกต่อเนื่อง ดีเอโก้ คอสต้า ลุยมาทางซ้ายก่อนหักเข้ากลางให้ เอแด็น อาซาร์ ตวัดยิงด้วยซ้ายแฉลบข้ามคานออกไป สี่นาทีต่อมา เชลซี ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ ดีเอโก้ คอสต้า โดนใบเหลืองจากจังหวะงัดกันกับกองหลังเจ้าบ้าน แต่ในจังหวะที่โต้เถียงและผลักอกกันอยู่นั้น เชส ฟาเบรกาส ที่ยืนอยู่ห่างๆ ดันเจตนาหวดบอลอย่างแม่นยำไปโดนหัวของ คริส บรันท์ ผู้เล่นเวสต์บรอมวิช เข้า ทำให้ผู้ตัดสินวิ่งมาชูใบแดงไล่ ฟาเบรกาส ออกจากสนามไปทันที ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 37 เชลซี ยังได้เสียวจากจังหวะฟรีคิกเยื้องมาทางขวาและเป็น ฟิลิเป้ ลุยส์ วิ่งมาซัดเน้นๆโดน โบอาซ มายฮิลล์ นายทวารเดอะ แบ็กกี้ส์ ปัดทิ้งหวุดหวิด หมดครึ่งแรก เวสต์บรอมวิช นำก่อน 1-0

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลังได้แค่ 2 นาที เจ้าบ้านมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ คริส บรันท์ วินนิ่งเอฟที เบิ้ลบอลขึ้นหน้าให้กับ ไซโด เบราฮิโน่ พลิกตัวหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่โดน จอห์น เทอร์รี่ กองหลังกัปตันทีมเชลซี เสียบข้อเท้าล้มลงไป ผู้ตัดสินชี้ทันที ก่อนที่ ไซโด เบราฮิโน่ ลุกขึ้นมาสังหารเองด้วยขวาเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาดให้ เวสต์บรอมวิช นำห่าง 2-0 แล้ว กระเถิบมานาทีที่ 54 เวสต์บรอมฯ เปลี่ยน เคร็ก การ์ดเนอร์ ลงมาเล่นแทน คัลลั่ม แม็คมานามาน สองนาทีต่อมา เชลซี ที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน น่าจะได้ประตูตีไข่แตก เมื่อ รูเบน ลอฟตัส-ชีค จ่ายขวางสนามให้ โลอิก เรมี่ แต่งหาช่องแล้วปั่นด้วยซ้ายจากหน้าเขตโทษบอลเลี้ยวไปชนเสาออกมาอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่กองหลังของเจ้าถิ่นช่วยสกัดทิ้งออกมาได้ หนึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน เดอะ แบ็กกี้ส์ มาได้ประตูที่สามจากจังหวะที่ คริส บรันท์ เปิดมุมสั้นๆจากทางด้านขวาให้ เคร็ก การ์ดเนอร์ ไหลย้อนคืนหลังให้กับ คริส บรันท์ วิ่งมาหวดด้วยซ้ายยัดมาที่เสาแรก ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารเชลซี พยายามปัดแต่บอลแรงมากปลิ้นเข้าประตูไปช่วยให้ เวสต์บรอมวิช นำขาด 3-0 แล้ว ท้ายเกมนาทีที่ 75 เวสต์บรอมวิช มีโอกาสอีกครั้ง คริส บรันท์ เปิดบอลให้กับ ไซโด เบราฮิโน่ ตะบันด้วยขวาจากนอกเขตโทษบอลไม่เข้ากรอบ เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก ครบ 90 นาที เวสต์บรอมวิช เปิดบ้านถล่ม เชลซี แชมป์พรีเมียร์ ลีก ซีซั่นนี้ ที่เหลือแค่ 10 คนไปกระจุย 3-0 พร้อมกับทำให้สิงห์บลูส์ ถูกหยุดสถิติไม่แพ้ใครในลีกไว้ที่ 16 นัด